ยินดีต้อนรับสู่ เด็กตป.ดอทคอม


ยินดีต้อนรับสู่ เด็กตป.ดอทคอม
friendship is every where
ตอบ
MV Rainism กับ บทกวีไทย
c",)lunlun
Bonnie
Bonnie

เข้าร่วม: 23 Jul 2006
ตอบ: 575
ที่อยู่: HONGKONG
ตอบโดยอ้างข้อความ


มีบทกวีภาษาไทยอันลึกซึ้งบทหนึ่งถูกคัดมาเป็น 1 ในฉาก MV Rainism
ความหมายของบทกลอนเปรียบเปรยว่าเป็นตัวแทนของ Rain
ใน MV ฉากแรก Rain ที่เกิดขึ้นจากหยดน้ำที่หล่นลงไปในคำว่า ฝน
จากนั้นน้ำก็เกิดการรวมตัวกันกลายเป็น Rain



Melodyลมฝนโชยชื่นกลิ่นไอดินหอม
สะแกค้อมกิ่งก้มร่มฝนฉ่ำ
เราเป่าใบไม้ขับรับลำนำ
ดอกระบำน้ำฝนบนลานดิน
Melody



ที่มา หนังสือกวีเรื่อง เหมือนข่าวคนรักจักมา
โดย อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์


ผมเคยยกตัวอย่างไว้เสมอ
ยกตัวอย่างประสบการณ์ของตัวเอง
คือผมเคยเห็นหยดน้ำที่มันหยดลงมาจากหลังคาแฝก
มันก็หยดลงไปที่พื้นทราย
แล้วทรายมันแตกรับขึ้นมา
มันสวยงามมาก มันเหมือนช่อดอกไม้

ผมก็คิดคำว่า "ช่อน้ำฝน" เออ มันเพราะดีนะ ช่อน้ำฝน
พอดูอีกทีมันตกพราวมาเลย
ผมก็คิดขึ้นมาว่า "ดอกน้ำฝน" มันพราวดีจัง "ดอกน้ำฝน"

เอ๊ะ มันมีอาการเคลื่อนไหวด้วย เลยลองใช้คำว่า
"ดอกระบำน้ำฝน"
แน่ะ มันชักจะเป็นกลอนขึ้นมาแล้ว
แล้วก็คิดต่อไปอีก ทีนี้ดอกระบำน้ำฝนนี่มันบานเต็มลานทรายไปหมด
ก็คิดขึ้นมาได้วรรคหนึ่ง "ดอกระบำน้ำฝนบนฟลอร์ดิน"
มีฟลอร์ด้วยนะครับ
แต่ทีนี้ เอ๊ะ เราเขียนกลอนไทย
ก็ไม่ควรจะใช้ภาษาต่างประเทศเข้ามา
เลยเปลี่ยนเป็น "ดอกระบำน้ำฝนบนลานดิน" นี่วรรคนี้
ผมยกตัวอย่างว่า
ถ้าผมเป็นคนทำงานศิลปะ เป็นคนเขียนรูป
ผมก็อยากจะเขียนรูปนี้ ภาพนี้
ถ้าผมถ่ายรูป ผมก็อยากจะถ่ายภาพตรงนี้
แต่นี่ผมเขียนกลอน ผมก็เอาคำมาเก็บภาพ
ตรงที่ผมเห็น คือ "ดอกระบำน้ำฝนบนลานดิน"
แล้วผมเก็บไว้นานหลายปี

วรรคนี้เก็บไว้ในความจำจนกระทั่งผมมีโอกาส
ได้เขียนบทกวีบรรยายบรรยากาศหลังฝนตก
ผมก็จะเอาวรรคนี้ไปเป็นวรรคเด็ดวรรคท้าย ผมจึงขึ้นว่า

"ลมฝนโชยชื่นกลิ่นไอดินหอม สะแกค้อมกิ่งก้มร่มฝนฉ่ำ
เราเป่าใบไม้ขับรับลำนำ ดอกระบำน้ำฝนบนลานดิน"

มาลงตรงท้าย
ทีนี้มาดูว่าผมนึกอย่างไรจึงเอาวรรคนี้มาลงตรงวรรคสุดท้าย
ผมดูว่าวรรคแรก "ลมฝนโชยชื่นกลิ่นไอดินหอม"
ผมเขียนถึงกลิ่น "สะแกค้อมกิ่งก้มร่มฝนฉ่ำ"
ผมก็เอาความร่มเย็น อากาศก็ทำให้ผมเย็นสบายเนื้อตัว
นั้นคือความสัมผัสทางกาย เมื่อกี้สัมผัสทางกลิ่น
"เราเป่าใบไม้ขับรับลำนำ" นี้คือทางหู
แล้วก็ "ดอกระบำน้ำฝนบนลานดิน" คือตา

แล้วเราลองสังเกตว่า การที่เราจะเข้าถึงความรู้สึกของคน
เราก็จะต้องรู้ว่า ความรู้สึกของคนนั้นมันอยู่ตรงไหน
มันก็ต้องเป็น ตา หู จมูก ลิ้น กาย เขาเรานี่เอง

ทีนี้การเขียนให้ถึงความรู้สึกของคนต้องคิดถึงเรื่องเหล่านี้
คิดถึงเรื่องประสาทสัมผัสของมนุษย์
เขาอ่านแล้วเขารู้สึก นึกคิด ด้วยเหรือเปล่า

เขารู้สึกได้ยินเหมือนเราได้ยินหรือเปล่า
ฉะนั้นคนที่จะเขียนกาพย์ กลอน
เข้าถึงตัวตนของบทกวีนั้นต้องเป็นคนละเอียด
เป็นคนที่ประณีต เป็นคนที่ฟังเสียงของความเงียบเป็น

แค่เราไปฟังเสียงของความเงียบตอนกลางคืน
ดึก ๆ ไม่มีเสียงอะไรรบกวน
เราจะได้ยินเสียงเป็นร้อยเป็นพันเสียง
ขณะที่ไม่มีเสียงอะไรจะมีเสียงของแมลงเล็ก ๆ
ที่เราไม่เคยได้ยิน เราก็จะได้ยิน
คือเราจะต้องละเอียดในสัมผัสของเรา
หมั่นสังเกต หมั่นใช้มัน หมั่นฝึกมัน
เราก็จะมีความละเอียด มีความประณีต
ในการที่จะใช้มัน มองในมุมมองของเรา
นำเอามาเขียน นี่คืองานเขียนของเรา นี่คือตัวตนของเรา

ขออนุญาต คัด(สรุปบางส่วน) ปาฐกถาพิเศษ
"ตัวตนกวีกับจิตสำนึกการมีส่วนร่วมทางสังคม"
จากหนังสือ "อาวุธกวี ตัดตอนอัตตา พัฒนาสำนึก"
โดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
ซึ่งพิมพ์ลงใน "ภาคผนวก" หนังสือ "นิราศจักรวาล"
ของ ชัยพร ศรีโบราณ หน้า ๖๓-๘๔
ซึ่งเป็นหนังสือ "กวีนิพนธ์ยอดเยี่ยมรางวัลนายอินทร์อวอร์ด
ประจำปี ๒๕๔๘

_________________
คิดถึงจึง...ส่งมา
ห่วงใยจึง...ส่งให้
คิดถึงบวก...หว่งใย
มอบให้เธอเสมอใจ
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง EmailMSN Messenger
MV Rainism กับ บทกวีไทย
  
  
 ตอบ